เทศกาลในปีพิธีกรรม

posted on 07 Dec 2008 01:11 by jesus-god

ปีพิธีกรรม (Liturgical Year) และ พิธีมิสซาบูชาขอบพระคุณ (Eucharistic Celebration)

1. เทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า (Advent)

                  เริ่มต้นวันอาทิตย์ สี่สัปดาห์ก่อนคริสต์มาสจนถึงวันที่ 24 ธันวาคม เป็นการเตรียมตัวเพื่อช่วงเวลาของพระคริสตสมภพ ที่กำลังจะมาถึง ช่วงเวลาแห่งการเตรียมนี้ เรียกว่า "เทศกาลเตรียมรับเสด็จฯ" เรารอคอยด้วยความหวัง ถึงการเสด็จมาของพระเยซูเจ้า พร้อมกับพระนางมารีอา

2. เทศกาลพระคริสตสมภพ (Christmastide)

           เริ่มต้นจากวันคริสต์มาส ถึงวันฉลองการรับพิธีล้างของพระเยซูเจ้าในระหว่างสัปดาห์สุดท้ายของเดือนธันวาคม และสัปดาห์แรกของเดือนมกราคม คริสตชนยังคงอยู่ในเทศกาลพระคริสตสมภพในช่วงเวลาแห่งความชื่นชมยินดีเหล่านี้ เราจะต้อนรับการเสด็จมาของพระผู้ไถ่การประกาศถึงการแสดงองค์ของพระคริสตเจ้า (God'sepiphany) พระสิริรุ่งโรจน์ของพระเจ้ามายังแผ่นดินช่วงเวลาแห่งการเตรียมตัว และการเฉลิมฉลอง นำเราให้ผ่านพ้นปีเก่าและเข้าสู่ปีใหม่ สำหรับคริสตชนแล้ว ปีของเรามิใช่เพียงการหมุนเวียนไปของวันเวลาเท่านั้น แต่การเวียนไปจนครบรอบปีของคริสตชน คือการนำออกนอกเวลาไปสู่ความรุ่งเรืองแห่งนิรันดร์กาลในพระเจ้า

3. เทศกาลมหาพรต (The Lent)

           เริ่มจากวันพุธรับเถ้า (Ash Wednesday) มหาพรต คือช่วงเวลา 40 วัน แห่งการเตรียมตัวเพื่อเข้าสู่ปัสกา เลข 40 เตือนให้เราระลึกถึงฝนที่ตกตลอด 40 วัน 40 คืน ในสมัยโนอาห์ เพื่อชำระล้างความชั่วร้ายของแผ่นดินให้สะอาดหมดจด

40 ี แห่งการเดินทางของชาวฮีบรูในทะเลทราย เพื่อจะเข้าสู่ดินแดนแห่งพระสัญญา

40 วัน ที่พระเยซูเจ้าทรงอดอาหาร และถูกประจญในถิ่นทุรกันดาร

             มหาพรต คือช่วงเวลาแห่งการภาวนาที่เข้มข้น การอดอาหาร การพลีกรรม และประกอบกิจศรัทธา ห้วงเวลาแห่งการให้ความสดชื่นแก่โลกของเรา เพื่อไปสู่บ้านของพระเจ้า สัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์ (Paschal Triduum) เราคริสตชน จะรักษาวันพระเจ้านี้ได้อย่างเหนียวแน่น เราอดอาหารในวันศุกร์ศักดิ์สิทธิ์ และชิดสนิทกับพระด้วยการตื่นเฝ้าในวันเสาร์ศักดิ์สิทธิ์เพราะเราตื่นเฝ้า และรอคอยให้การเสด็จกลับคืนพระชนมชีพในวันอาทิตย์ปัสกาที่กำลังมาถึงเรา ด้วยความกระหาย และโหยหาพระองค์

           การร่วมชิดสนิท และการอวยพร วันศุกร์ศักดิ์สิทธิ์ วันเสาร์ศักดิ์สิทธิ์ และวันอาทิตย์ปัสกานี้ รวมเรียกว่า "Paschal Triduum" หมายถึงสามวันแห่งการผ่านพ้น Triduum คือหัวใจของปีพิธีกรรม ส่วนวันแห่งความตาย การถูกขัง และการกลับคืนพระชนมชีพของพระเยซูคริสตเจ้า ตลอดช่วงวันอันศักดิ์สิทธิ์นี้ เราจะฉลองการเสด็จผ่านความตายของพระเยซูเจ้า (และของเรา) ด้วยการโปรดศีลล้างบาป พิธียืนยันการเป็นคริสตชน และการรับศีลมหาสนิทในช่วงปัสกานี้ (แก่คริสตชนใหม่)

4. เทศกาลปัสกา (Eastertime)

           เริ่มจากวันอาทิตย์ปัสกา จนถึงวันอาทิตย์สมโภชพระจิตเจ้า เทศกาลปัสกา คือช่วงเวลา 50 วันแห่งการเฉลิมฉลอง ซึ่งอยู่ถัด Triduum นับได้ว่าเป็นเทศกาลที่เก่าแก่ และงดงามที่สุดของพระศาสนจักร วันแห่งความชื่นชมยินดีของโลก ซึ่งตื่นจากการหลับใหล

               50 วัน (เปนเตก๊อสเต) คือ สัปดาห์ที่ทวีคูณ 7 x 7 = 49 บวกอีก 1 วันอาทิตย์ปัสกา ดังนั้นเทศกาลปัสกาจึงมีวันอาทิตย์ 8 ครั้ง (8 วัน) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ถึงความลึกลับของนิรันดรภาพ

           แต่ละสัปดาห์ เรามีวันพระเจ้า และแต่ละปี เรามีเทศกาลปัสกา 50 วันแห่งการเปล่งเสียง "อัลเลลูยา" สรรเสริญพระเจ้า 50 วัน แห่งการใช้ชีวิตตามบทบัญญัติแห่งความยุติธรรม และสันติสุข ซึ่งเต็มเปี่ยมในตัวเรา เมื่อรวมทั้ง 3 ช่วงเข้าด้วยกัน คือ มหาพรต สัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์ และปัสกา จึงกลายเป็นการผลิบานที่ศักดิ์สิทธิ์ของพระศาสนจักร

5. เทศกาลธรรมดา (Ordinary Time)

           เป็นเทศกาลที่แทรกอยู่ระหว่าง เทศกาลพระคริสตสมภพ กับมหาพรต และระหว่างเทศกาลปัสกา กับเทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า เป็นเวลาประมาณ 34 สัปดาห์ นอกเหนือไปจากเทศกาลสำคัญของพระศาสนจักรแล้ว สัปดาห์เหล่านี้เรียกว่า เทศกาลธรรมดา ดังนั้นในแต่ละสัปดาห์ จึงมีการนับเป็นตัวเลข เพื่อช่วยให้เราแบ่งการอ่าน บทอ่าน บทสวดต่าง ๆ ในหนังสือพิธีกรรมได้อย่างถูกต้อง และรวมทั้งหนังสือสวดเป็นทางการของพระศาสนจักร ที่เรียกว่าหนังสือทำวัตรอีกด้วย

 

อิริยาบถ และกิริยาอาการที่ใช้ในพิธีกรรม พิธีกรรม ไม่ใช่คำภาวนาในใจ แต่เป็นการแสดงออกทางถ้อยคำ และทางอิริยาบถ กิริยา และอาการต่าง ๆ ที่มีกฎเกณฑ์กำหนดไว้ ดังนั้นการกระทำต่าง ๆ ของคนเราก็รวมเข้าอยู่ในตัวตนทั้งหมด ในการแสดงออก หรือแม้แต่ทำให้สภาพภายในตัวของเราเกิดขึ้น อิริยาบถ และกิริยาต่าง ๆ เหล่านี้ เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อการมีส่วนร่วมใน พิธีกรรม  

1.1 อิริยาบถที่ใช้ในพิธีกรรม พิธีกรรมไม่ใช่การกระทำส่วนตัว แต่เป็นการแสดงออกหรือ ภารกิจทางการของพระศาสนจักร 

  • การยืน การยืน ยังเป็นอิริยาบถเบื้องต้นของพิธีกรรมสำหรับสัตบุรุษด้วย ในลักษณะการเช่นนี้ เป็นเครื่องหมายบ่งบอกความเคารพ การยืนยังเป็นอิริยาบถทั่วไปของชาวอิสราเอลขณะภาวนา พวก คริสตชนรุ่นแรกก็ภาวนาในอิริยาบถนี้ นอกนั้น ในธรรมเนียม และความคิดของคริสตชนโบราณ การยืน เป็นอิริยาบถแสดงถึงการมีส่วนในการกลับคืนชีพอย่างรุ่งเรือง หรือ ปัสกาของพระคริสตเจ้า

การยืน ยังเป็นอิริยาบถที่เหมาะสมกับผู้ที่กำลังรอคอยการ เสด็จมาครั้งที่สองของพระคริสตเจ้า (Parousia) • การยืน ความหมายสุดท้ายของการยืน คือ ผู้ได้รับเลือกสรรจาก พระเจ้าบนสวรรค์ต่างยืนขอบพระคุณพระเป็นเจ้า

 

การคุกเข่า การคุกเข่าภาวนาเป็นเครื่องหมายแสดงถึงการกลับใจ เป็นระยะเวลาของการจำศีล ไว้ทุกข์ ถ่อมตน ใช้โทษบาปการคุกเข่าภาวนายังเป็นอิริยาบถของการภาวนาส่วนตัว ในสมัยหนึ่งการคุกเข่า เป็นอิริยาบถของทางยุโรป เพื่อ นมัสการศีลมหาสนิท และรับศีลมหาสนิท ซึ่งบ่งบอกถึงความ เคารพสูงสุดที่มนุษย์พึงมีต่อพระเจ้า

 

การนั่ง การนั่งเป็นอิริยาบถของอาจารย์สอนศิษย์ และประธาน หรือหัวหน้าในที่ประชุม สัตบุรุษเองได้รับการเชื้อเชิญให้นั่งลงหลายครั้งในพิธีกรรม การนั่งขณะรับ