นักบุญฟรังซีสเซเวียร์

posted on 07 Dec 2008 02:14 by jesus-god

ประวัตินักบุญฟรังซีสเซเวียร์

:: แม่แบบแห่งคุณธรรมของชาวเซนต์ฟรังฯ :: 

                  ฟรังซีสซาเวียร์ถือกำเนิดในตระกูลชั้นสูงผู้มั่งคั่งชาวบาสก์ในอาณาจักรนาวาร์ทางตอนเหนือของ  ประเทศสเปน เมื่อวันที่ 7 เมษายน  ค.ศ. 1506  โดยพื้นธรรมชาติของสายเลือดเผ่าพันธุ์บาสก์ท่านมีความหยิ่งทะนงและมีความรู้สึกรุนแรงในวัยเด็กท่านมีความทะเยอทะยานอย่าง ยิ่งและชื่นชอบการเล่นกีฬา แต่สิ่งสำคัญคือลักษณะพิเศษสุดที่ท่านมีในเรื่องความเมตตาปรานีและความรู้สึกเอื้ออาทรต่อเพื่อนมนุษย์   อีกทั้งความอดกลั้นอดทน 


                  ในปี ค.ศ.1524 ขณะมีอายุได้สิบแปดปี ฟรังซิส ซาเวียร์ ได้เข้าศึกษาวิชาปรัชญาที่ มหาวิทยาลัยปารีส  จากนั้นได้ศึกษาขั้นมหาบัณฑิต ด้านอักษรศาสตร์เมื่อศึกษาจบท่านก็สอนวิชาปรัชญาที่โบเวส์คอลเลจในช่วงเวลานั้นเอง ท่านได้พบ อิกเนชีอุสโลโยลา ฟรังซิสซาเวียร์ พร้อมกับผู้เคร่งศาสนาอีกห้าคนได้ร่วมกันก่อนตั้งคณะนักบวชเยซูอิต  คือแผนการต้องเปลี่ยนไปเพราะพระเจ้าจอห์นแห่งประเทศโปรตุเกสในขณะนั้นได้ มีรับสั่งขอให้พระสงค์ไปทำการเผยแพร่ศาสนาโรมันคาทอลิกในประเทศอินเดีย อิกเนชีอุสตัดสินใจเลือกฟรังซิสซาเวียร์  ให้รับภารกิจนี้ ทั้งๆที่ฟรังซีสไม่ได้มีคุณสมบัติเหมาะกับงานนี้แต่ประการใดแม้ว่าจะศึกษาได้ปริญญาจากมหาวิทยาลัย  แต่ท่านก็ไม่ได้เรียนรู้สิ่งใดลึกซึ้งนัก ตำราศาสนาที่ท่านใช้ติดตัวเป็นประจำเป็นเพียงบทสวดมนต์เล่มเล็กๆ นอกจากนี้ท่านไม่ได้รู้อะไรเลยเกี่ยวกับศาสนาที่ผู้คนเขานับถือกันท่านมองเห็นว่าผู้ที่ไม่ได้นับถือคริสต์ศาสนาคือศัตรูของพระผู้เป็นเจ้าและเป็นทาสของปิศาจร้าย ท่านจำต้องช่วยเหลือผู้คนเหล่านั้นด้วยพลังอำนาจ ทั้งปวงที่ท่านจะสามารถทำได้และที่สำคัญก็คือท่านไม่ได้แยแสกับกลุ่มนักบวช  ไม่ว่าจะเป็นมุสลิม หรือ
พราหมณ์หรือกลุ่มผู้นับถือศาสนาพุทธ 


                   ในภาพรวมจึงกล่าวได้ว่าในเบื้องต้นของชีวิต ฟรังซิสไม่ได้รู้อะไรมากนัก  ท่านมองเห็นว่า โลกใหม่ที่ท่านต้องออกไปเผชิญช่างกว้าง ใหญ่ไพศาล และท่านมีหน้าที่อีกทั้งความปรารถนาเพียงหนึ่งเดียวที่จะออกไปปราบศัตรูให้พระเจ้า  ท่านดำเนินสู่โลกใบนั้นแบบที่เรียกว่า  ไม่มีอะไรติดตัวเลยนอกจากความรักอันแน่วแน่มั่นคงที่มีต่อพระเยซูคริสต์  อีกทั้งความมุ่งมั่นที่จะใช้อำนาจของชาติโปรตุเกสเพื่อประโยชน์แห่งคริสตศาสนา 


                 ด้วยกำลังใจที่แน่วแน่ฟรังซิส   ซาเวียร์  ยอมสละความสุขทางโลกทั้งมวล  ท่านเลือกที่จะดำรงชีวิตอย่างแร้นแค้นที่สุด และปฏิเสธ  ความสะดวกสบายทุกสิ่งที่มีผู้เสนอให้  ท่านรับประทานอาหารเพียงน้อยนิดจนเป็นเรื่องอัศจรรย์อย่างยิ่งที่ท่านสามารถมีชีวิตอยู่ได้ และเมื่อจะต้องเดินทางไปปฏิบัติภารกิจที่ได้รับมอบหมายในภูมิภาคของโลกที่ร้อนระอุ  ท่านขอสิ่งจำเป็นอย่างเดียวคือ  รองเท้าบู๊ตคู่หนึ่งในขณะเดินทางบนเรือนั้น (ท่านออกเดินทางจากเมืองท่าลิสบอนในโปรตุเกส    เมื่อวันที่ 7 เมษายน ค.ศ.1541  ขณะมีอายุได้ 36 ปี พร้อมด้วยเพื่อนร่วม เดินทางอีก 2 คน)  ท่านก็สามารถอดทนต่อความยากลำบากทั้งมวล ที่รวมทั้งอากาศไม่ว่าจะร้อนจัดหรือหนาวจัด 


                   เรื่องราวการเดินทางของฟรังซิส   ซาเวียร์เปรียบได้ดั่งมหากาพย์แห่งงานวรรณกรรม  ท่านเดินทางถึงเมืองกัวในวันที่ 6 พฤษภาคม ค.ศ.1542  หลังจากใช้เวลาทั้งหมด 13 เดือนจากลิสบอน ผ่านน่านน้ำท้องทะเลอันเวิ้งว้างหลายแห่ง  ท่านใช้เวลาประมาณเดือน   ในการเผยแพร่ศาสนาให้ผู้คนชาวอินเดียในเมืองกัวด้วยการไปเยี่ยมผู้ป่วยในโรงพยาบาล เยี่ยมนักโทษในเรือนจำและอบรมผูเยาว์ให้มีใจเมตตาปรานีมีเรื่อง  เล่าว่าในตอนเช้าหลังจากไปช่วยเหลือผู้ป่วย  และนักโทษแล้ว ท่านก็จะเดินไปตามท้องถนนในเมืองพร้อมกับสั่นกระดิ่งในมือเชิญชวนพ่อแม่ผู้ปกครองให้ส่งพวกลูกหลานและพวกทาสไปรับฟังคำสั่งสอน ผลที่ได้ก็คือเด็กๆเริ่มมีจิตใจอ่อนโยน รู้จักทำความดีและพวกผู้ใหญ่ก็จะมีความรู้สึกละอายต่อการทำบาป  ผู้คนในเมืองกัวทุกกลุ่มเริ่มมีคุณภาพชีวิตที่งดงามขึ้น เพราะการอุทิศตนของฟรังซีสซาเวียร์ผู้มีจริยาวัตรและถ้อยวจนะอันเปี่ยมล้นด้วยความปรานี 


                 ในช่วงค.ศ.1545-1547  ฟรังซิส   ซาเวียร์ ทำการเทศนาสั่งสอนผู้คนในอาณานิคมมาละกาของโปรตุเกสและบริเวณแหลมมาลาย เมื่อมีโอกาสคุ้นเคยกับชาวญี่ปุ่นชื่ออันจิโร(ต่อมาภายหลังได้รับศีลล้างบาปและได้รับชื่อปอล) ท่านจึงประสงค์จะเดินทางไปเผยแพร่ศาสนา คริสตศาสนาในประเทศญี่ปุ่น จากนั้น พร้อมด้วยสงฆ์เยซูอิตรูปหนึ่งและชาวญี่ปุ่นซึ่งนับถือศาสนาคริสต์อีก 3 คน ท่านก็ได้เดินทางไปประเทศ ญี่ปุ่นทำการ สอนศาสนาตามจิตที่มุ่งหวัง  นับได้ว่าฟรังซิส   ซาเวียร์  คือ  สงฆ์องค์แรกในญี่ปุ่นและสามารถทำให้ผู้คนจำนวนประมาณ 2,000 คน  ยอมรับนับถือคริสตศาสนา 


                   อีกไม่นานนัก ฟรังซิส  ซาเวียร์ก็มุ่งมั่นที่จะเดินทางไปประเทศจีน ซึ่งในขณะนั้นปิดประเทศไม่ยอมรับคนต่างชาติความประสงค์อัน เร่าร้อนทำให้ท่านกล้าติดสินบนกัปตันเรือผู้หนึ่งให้แอบลักลอบนำท่านเข้าประเทศจีน แต่โชคร้ายย่างใกล้เข้ามาพวกโปรตุเกสที่เกาะสานเจี้ยนที่ ท่านไปพักอยู่ขณะนั้นไม่เห็นด้วยกับแผนการและฟรังซิสเองก็ล้มป่วยลง กระนั้นท่านก็ยังไม่สูญสิ้นความตั้งใจ ในยามนั้นท่านได้รับทราบข่าวว่า    พระเจ้า แผ่นดินแห่งราชอาณาจักรสยาม(คือสมเด็จพระมหาจักรพรรดิผู้ทรงครองกรุงศรีอยุธยาระหว่างค.ศ.1548-1568)   กำลังเตรียมส่ง   คณะทูตไปเจริญสันถวไมตรีกับจักรพรรดิจีน  ท่านจึงพยายามอย่างที่สุดเพื่อให้รัฐบาลโปรตุเกสยินยอมให้ท่านได้ร่วมขบวนกับเอกอัครราชทูต   แห่งสยามไปประเทศ จีน    แต่แล้วด้วยพระประสงค์ของพระผู้เป็นเจ้าฟรังซิสซาเวียร์กลับล้มเจ็บลงอีก  เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน ค.ศ.1552   และกลับคืนสู่อ้อมพระหัตถ์  แห่งพระเจ้าในวันศุกร์ที่ 3 ธันวาคม ปีนั้นเอง ขณะเปล่งวาจาสุดท้ายว่า “In thee,O Lord,I have hoped;   I shall not to be confounded forever.ข้าแต่พระผู้เป็น เจ้าลูกมีความเชื่อมั่นในพระองค์ตลอดมา ลูกจะไม่มีวันสับสนชั่วนิรันดร์


                 ร่างของท่านถูกนำกลับสู่ดินแดนกัว และได้รับการฝังไว้ ณ ที่นั้นท่ามกลางควารักของผู้คนที่ตระหนักในดวงจิตว่าท่านคือนักบุญ  ต่อมา   ในปี ค.ศ.1619  พระสันตะปาปาปอลที่ 5 (ค.ศ.1552-1621)  ทรงเป็นผู้ประกอบพิธีประสาทพรเตรียมเฉลิมฉลองการยกย่องให้เป็นนักบุญในฐานะองค์อุปถัมภ์ภารกิจทั้งมวลของคริสต์ศาสนา  ลัทธิโรมันคาทอลิก 


                นักบุญฟรังซิส   ซาเวียร์ คือแม่แบบแห่งคุณธรรมทั้งปวงที่พวกเราชาวเซนต์ฟรังฯพร้อมที่จะดำเนินชีวิตตาม ทั้งในด้านความประหยัด    ความถ่อมตน ความกล้าหาญ ความเสียสละเพื่อส่วนรวม  ความเมตตาปรานีต่อเพื่อนมนุษย์ รวมทั้งการน้อมรับพระธรรมวจนะแห่งพระเจ้า   เพื่อเป็นมงคลนำ ชีวิต

จาก : http://www.sf.ac.th

 

Comment

Comment:

Tweet

555+

#2 By sengee (110.49.188.179) on 2011-06-24 18:46

ถ้าเอาประวัตินักบุญฟรังซิสฯ ขึ้นเป็นหน้าแรกจะดีไหมคะ
เพราะเป็นนักบุญองค์อุปถัมภ์ของโรงเรียน open-mounthed smile

#1 By Sr. Paula (203.147.51.105) on 2009-02-19 09:58