1.        จงนมัสการพระเจ้าแต่เพียงผู้เดียว

                  พระเจ้าผู้สร้างโลก และสร้างมนุษย์ พระเจ้าต้องการให้เราดำเนินชีวิตและรู้ว่าพระเจ้ารักเรา บัญญัติข้อ 1 ต้องการให้เราจดจำว่าพระองค์เอาใจใส่ดูแลเราเสมอ บางครั้งเราลืมพระสัญญาของพระเจ้าและไปยึดบุคคลอื่น หรือสิ่งของอื่น ๆ ว่ามีความสำคัญมากกว่าพระเจ้า

2.       วันพระเจ้าอย่าลืมฉลองเป็นวันศักดิ์สิทธิ์

วันของพระเจ้า เพื่อชีวิตฝ่ายจิตของเรา วันนี้เราไปวัดพร้อมกับสมาชิกในครอบครัว และเพื่อน ๆ ของเราในวันอาทิตย์ เราได้ฟังพระวาจา มีส่วนร่วมในการรับศีลมหาสนิท และภาวนาพร้อมกับพี่น้องของเรา ก็เป็นอาหารหล่อเลี้ยงฝ่ายจิตวิญญาณของเรา

 

3.       อย่าออกนามพระเจ้าโดยไม่สมเหตุ

                จงรัก และให้เกียรติพระนามของพระเจ้า อย่าประมาทชื่อของใคร โดยเฉพาะอย่าประมาทนามของพระเจ้า สิ่งที่เราสามารถปฏิบัติ คือออกพระนามพระเจ้าด้วยความเคารพ ภาวนาวอนขอต่อพระเจ้าด้วยความเชื่อ ความศรัทธา

4.       อย่าทำอุลามก

                ส่วนใหญ่สำหรับคนที่แต่งงานแล้ว เมื่อชายหญิงแต่งงานกัน เขาทั้งสองสัญญาที่จะผูกพันชีวิตด้วยกันทั้งร่างกาย และวิญญาณ จะต้องถือคำมั่นสัญญานี้ สำหรับคนที่ยังไม่ได้แต่งงาน เราต้องให้เกียรติ และยกย่องร่างกายของเราและผู้อื่นด้วย ทั้งการพูด การกระทำ สิ่งที่ฟังและทุกสิ่งที่คิด

5.       จงนับถือบิดามารดา

                 พระเจ้าให้บิดามารดา มีส่วนร่วมในงานสร้างสรรค์พิเศษนี้กับพระองค์ และให้บิดามารดามอบความรักของพระองค์ ด้วยการเอาใจใส่ดูแลเรา จากความรักที่บิดามารดามีต่อกัน บิดามารดาเป็นคนแรกที่สอนเราว่า พระเจ้าเป็นใคร พระเจ้ารักเราอย่างไร ฉะนั้นบิดามารดาต้องได้รับเกียรติ และให้ความเคารพนับถือด้วย

6.       อย่าฆ่าคน

ชีวิตเป็นของล้ำค่า เป็นสิ่งที่ต้องรักษาและให้เกียรติ เมื่อเรายกย่องให้เกียรติผู้อื่น เมื่อเราไม่ทำลายความสุขความยินดีของผู้อื่น เมื่อเราไม่ทำร้ายกัน เราต้องยอมรับว่าชีวิตผู้อื่นก็มีคุณค่าเช่นเดียวกับเราเหมือนกัน

7.       อย่าล่วงเกินสามี ภรรยาคนอื่น

                จงให้เกียรติภรรยาของเพื่อนบ้าน พระเจ้าไม่ต้องการให้สามีหรือภรรยา นำความรักและความสุขไปมอบให้กับคนอื่น โดยผิดต่อความซื่อสัตย์ หรือให้ผู้อื่นไปยุ่งเกี่ยวข้องอย่างผิด ๆ ด้วย จงรักษาความคิด จิตใจให้บริสุทธิ์อยู่เสมอ

8.       อย่าลักทรัพย์

การขโมยของจากคนอื่น เป็นการทำร้าย เป็นความเห็นแก่ตัวและเป็นความผิด ทุกคนมีสิทธิ์เป็นเจ้าของทรัพย์สมบัติของตน เราทุจริตที่ทำงาน คดโกงเวลา เราก็เป็นคนไม่ซื่อสัตย์ เราต้องไม่เอาของที่เป็นของคนอื่นก่อนได้รับอนุญาต

9.       อย่าใส่ความนินทา

                ความจริงนำมาซึ่งความสุข การโกหกหลอกลวง นำผลร้ายและความเศร้าเสียใจ เมื่อเราโกหก เราทำลายความน่านับถือในตัวเรา เมื่อเราละเมิดความลับ หรือคำสัญญาที่ให้ไว้ แม้เป็นเรื่องจริง เราทำร้ายเขาและทำร้ายตัวเราเอง

10.   อย่ามักได้ทรัพย์ของเขา

                จงเคารพในทรัพย์สินของผู้อื่น อย่าอิจฉา หรือมักได้ทรัพย์ของผู้อื่น เราอย่าอิจฉาในสิ่งที่คนอื่นมี เราควรมีความสุขสำหรับสิ่งของที่คนอื่นมี และขอบคุณพระเจ้าสำหรับสิ่งของ และพรสวรรค์ที่เราได้รับจากพระองค์

 

สรุปบัญญัติที่สำคัญที่สุด

พระเยซูเจ้า ได้สรุปพระบัญญัติเอกที่สำคัญที่สุดคือ รักพระเจ้าสุดจิตใจ และรักเพื่อนมนุษย์เหมือนรักตนเอง (มธ. 22:37; มก. 12:30; ลก. 10:27)

ที่มา

http://my.dek-d.com/sakura_express/story/viewlongc.php?id=219715&chapter=8

 

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????   ??????????????????
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????

Tweet

เอารายละเอียดให้มันมากกว่านี้หน่อยสิค่ะangry smile tongue embarrassed sad smile wink sad smile

#1 By คนน่ารัก (125.26.233.247) on 2009-08-22 10:49

ว้าวววววว!!!!เม้นคนแรกเลยอ่ะcry double wink surprised smile

#2 By =3= (125.26.233.247) on 2009-08-22 10:52

#3 By koung (115.87.129.173) on 2009-08-28 14:31


ศีล 5 มีความหมายคือ
1. เว้นจากทำลายชีวิต
2. เว้นจากถือเอาของที่เขามิได้ให้
3. เว้นจากประพฤติผิดในกาม
4. เว้นจากพูดเท็จ
5. เว้นจากของเมา คือ สุราเมรัยอันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท
กรรมบถ 10 ประการ ( กรรมบถ 10 ประการ คือ ซับเซต Sub Set ของศีล 5 )
กรรมบถ 10 ทางกายมี 3 คือ
1. ไม่ฆ่าสัตว์
2. ไม่ลักทรัพย์
3. ไม่ประพฤติผิดในกาม
ทางวาจา มี 4 คือ
1. ไม่พูดปด
2. ไม่พูดคำหยาบ
3. ไม่พูดส่อเสียดยุยงให้เขาแตกร้าวกัน ไม่นินทา
4. ไม่พูดเพ้อเจ้อเหลวไหล
ทางใจ มี 3 คือ
1. ไม่คิดอยากได้ทรัพย์สมบัติของบุคคลอื่น โดยไม่ชอบธรรม
2. ไม่จองล้างจองผลาญใคร คือ ไม่พยาบาท ความโกรธยังมี
3. มีความเห็นถูกคือ สัมมาทิฏฐิ มีความเห็นตรงตามที่พระพุทธเจ้าสอน ไม่คัดค้าน
พรหมวิหาร4
1.เมตตา ความปรารถนาให้ผู้อื่นได้รับสุข
2.กรุณา ความปราถนาให้ผู้อื่นพ้นทุกข์
3.มุทิตา ความยินดีเมื่อผู้อื่นได้ดี
4.อุเบกขา การรู้จักวางเฉย
อิทธิบาท 4
คำว่า อิทธิบาท แปลว่า บาทฐานแห่งความสำเร็จ หมายถึง สิ่งซึ่งมีคุณธรรม เครื่องให้ลุถึงความสำเร็จตามที่ตนประสงค์ ผู้หวังความสำเร็จในสิ่งใด ต้องทำตนให้สมบูรณ์ ด้วยสิ่งที่เรียกว่า อิทธิบาท ซึ่งจำแนกไว้เป็น ๔ คือ
๑. ฉันทะ ความพอใจรักใคร่ในสิ่งนั้น
๒. วิริยะ ความพากเพียรในสิ่งนั้น
๓. จิตตะ ความเอาใจใส่ฝักใฝ่ในสิ่งนั้น
๔. วิมังสา ความหมั่นสอดส่องในเหตุผลของสิ่งนั้น
ธรรม ๔ อย่างนี้ ย่อมเนื่องกัน แต่ละอย่างๆ มีหน้าที่เฉพาะของตน
ฉันทะ คือความพอใจ ในฐานะเป็นสิ่งที่ ตนถือว่า ดีที่สุด ที่มนุษย์เรา ควรจะได้ ข้อนี้ เป็นกำลังใจ อันแรก ที่ทำให้เกิด คุณธรรม ข้อต่อไป ทุกข้อ
วิริยะ คือความพากเพียร หมายถึง การการะทำที่ติดต่อ ไม่ขาดตอน เป็นระยะยาว จนประสบ ความสำเร็จ คำนี้ มีความหมายของ ความกล้าหาญ เจืออยู่ด้วย ส่วนหนึ่ง
จิตตะ หมายถึงความไม่ทอดทิ้ง สิ่งนั้น ไปจากความรู้สึก ของตัว ทำสิ่งซึ่งเป็น วัตถุประสงค์ นั้นให้เด่นชัด อยู่ในใจเสมอ คำนี้ รวมความหมาย ของคำว่า สมาธิ อยู่ด้วยอย่างเต็มที่
วิมังสา หมายถึงความสอดส่องใน เหตุและผล แห่งความสำเร็จ เกี่ยวกับเรื่องนั้นๆ ให้ลึกซึ้งยิ่งๆ ขึ้นไปตลอดเวลา คำนี้ รวมความหมาย ของคำว่า ปัญญา ไว้อย่างเต็มที่

#4 By ชาคริต (114.128.3.109) on 2009-11-12 05:41

มาเจออีกแระ เวง

#5 By Love (118.172.164.2) on 2009-11-17 21:04

[ครูสั่งงา น น เยอะจัง เล ยb][/b] cry question tongue

#6 By nax_boy (118.172.143.169) on 2009-11-23 21:15

[ อไร

#7 By เนย (222.123.226.169) on 2010-01-11 18:32

เฮี้ยๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆฉิบหายเลยวะใครเขียนว่ะ
เฮี้ยๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆquestion question question cry wink wink

#8 By ระตคันร่ (125.26.49.12) on 2010-01-14 20:59

suckS

#9 By cock (117.47.81.89) on 2010-01-16 12:26

Gesus Crist

#10 By cock (117.47.81.89) on 2010-01-16 12:27

#11 By (118.173.202.133) on 2010-01-17 11:10

sad smile tongue question wink cry double wink

#12 By Guy (222.123.79.9) on 2010-01-22 18:41

question embarrassed wink double wink ดีจัง

#13 By 251 (125.26.36.4) on 2010-02-09 21:10

อยากรู้เรื่องคุณธรรม เช่น Care ปามานเนี้ยอ่าคะ

#14 By คนแอ๊บแบ๊ว (125.24.245.16) on 2010-02-20 07:36

ดีมาก

#15 By top (124.121.63.94) on 2010-05-22 22:03

สุดยอด

#16 By pim (124.121.63.94) on 2010-05-22 22:04

งานจะเส็ดแล้วละ...ขอบคุณนะค่ะbig smile big smile big smile

#17 By ฟาง (124.122.207.248) on 2010-05-29 10:33

ฉันก็เป็นศาสนาคริสต์เหมือนกัน

#18 By ยพรท (125.26.235.172) on 2010-05-31 20:04

ศาสนาเราเป็นศาสนาแห่งความรัก

#19 By prim (125.26.235.172) on 2010-05-31 20:06

sad smile งงงง

#20 By NUTTY (113.53.20.165) on 2010-06-07 13:10

cryดีใจจัง
double wink

#21 By NUTTY (113.53.20.165) on 2010-06-07 13:12

cryดีใจจัง
double wink good

#22 By NUTTY (113.53.20.165) on 2010-06-07 13:14

ทุกศาสนาสอนให้คนเป็นคนดี แต่ พุทธศาสนา สอนให้ คนพ้นจากทุกข์ด้วย และบอกถึงความจริงที่มีอยู่ในธรรมชาติ เป็นสิ่งที่มีอยู่แล้ว ไม่ได้ สร้างขึ้นจากใครคนหนึ่งด้วย เพื่อให้เรารู้แล้วยอมรับมันให้ได้ ด้วย เสริมเข้าไปอีก

#23 By Tsdf (58.9.168.236) on 2010-06-08 02:47

รายละเอียดกำลังพอเหมะsurprised smile double wink open-mounthed smile big smile question cry

#24 By earn (183.88.105.254) on 2010-06-12 17:14

คนที่4เขียนยาวจัง

คนที่ 5 - 7 เขียนบ้ามาก

#25 By earn (183.88.105.254) on 2010-06-12 17:19

1QWERTYUIOP[]ASDFGHJKL;ZXCVBNM,./+๑๒๓๔ู฿๕๖๗๘๙ฅ๐"ฎฑธํ๊ณฯญฐ,ฤฆฏโฌ็๋ษศซ.()ฉฮฺ์?ฒฬฦๅ/-ภถุึคตจขชฃๆไำำำพะัีรนยบลฟหกดเ้่าสวงผปแอิืทมใฝbig smile open-mounthed smile confused smile sad smile angry smile tongue question embarrassed wink double wink cry

#26 By earn (183.88.105.254) on 2010-06-12 17:28

งงๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆembarrassed embarrassed eef

#27 By bb (180.180.68.117) on 2010-06-14 18:49

big smile open-mounthed smile confused smile sad smile angry smile tongue question embarrassed surprised smile wink double wink cry

#28 By am (180.180.7.181) on 2010-06-14 19:29

ผมเป็นคริสเตียน
ผมเชื่อว่าพระเจ้าจะยกโทษให้ผู้ที่ทำผิดแล้วสารภาพบาปของต้นที่ได้กระทำ
ถึงแม้ว่าคนอื่นไม่รู้เเต่พระเจ้ารู้คับ
พระเจ้าช่วยคุรได้ไม่ว่าจะเป้นเรื่องใดก็ตาม
พระเจ้ามาทันเวลาเสมอ
พระเจ้าไม่เคยมาสายbig smile

#29 By คริสเตียน (124.157.252.185) on 2010-06-17 19:57

กำลังศึกษาครับ
ได้ข้อคิดดี ๆ เยอะครับ
ศาสนาคริสต์ สอนให้คนเราต้องรักกัน
เพื่อความสุขทั้งมวลมนุษย์
----

#30 By ลำพูน (113.53.21.47) on 2010-06-23 18:29

ได้ความรู้เพิ่มเติ่มดีๆ กลับไปใช้ในชีวิตประจำได้เยอะทีเดียวค่ะ

" รักพระเจ้าสุดจิตใจ และรักเพื่อนมนุษย์เหมือนรักตนเอง"

เป็นคำสอนที่ดีทีเดียวค่ะ

ขอบคุณมากค่ะ

#31 By KejiKung on 2010-06-24 17:06

ใครหีใหญ่เอามาYesหน่อย เร็ว

#32 By หำหมา (61.19.213.219) on 2010-07-28 13:54

ในหลักการศาสนาคริสต์สั่งใช้ให้นมัสการพระเจ้าแต่เพียงผู้เดียว

เเล้วตรีเอกกานุภาพหละ??

(ไม่ได้หมิ่นครับ เเต่สงสัยมานานเเล้ว)
ช่วยตอบหน่อยครับ

#33 By Question (180.180.119.55) on 2010-08-22 00:59

เราก็เป็นคริสต์เหมือนกัน ก่อนหน้านี้เป็นพุทธ (ตามบรรพบุรุษ ไม่ได้ศึกษาจริงๆ เพียงแต่ถือหลักทำดีได้ดีทำชั่วได้ชั่ว)ตั้งแต่เราเป็นคริสต์เรารู้สึกว่าเราเข้าใจโลกและชีวิตมากขึ้น เราให้เกียรติทุกศาสนานะ แต่การเชื่อในพระเจ้า ไม่ได้เกี่ยวข้องกับศาสนา แต่ที่เขาเรียกกันว่าคริสเตียน เพราะเราปฏิบัติตามคำสอนของพระเยซู จึงเรียกว่าเป็นคริสเตียน คือ ผู้ที่ติดตามพระเยซู เราไม่อยากเปรียบเทียบคริสกับศาสนาอื่นๆ เพราะเราไม่รู้อะไรลึกซึ้งมากนัก จึงอยากแชร์ประสบการณ์เล็กน้อยเท่านั้นเอง ตามหลักศาสนาคริส เราเชื่อในหลักตรีเอกานุภาพ (ซึ่งศาสนาอื่นก็มี) คือ พระเจ้า (God) พระเยซู (Jesus Christ) และพระวิญญาณบริสุทธิ์ (Holy Spirit) และความเชื่อหลักของศาสนาคริสต์ คือ พระเจ้าเป็นผู้สร้างโลก มนุษย์ จักรวาล และสรรพสิ่งทุกอย่างบนโลกใบนี้ และหลักคำสอนหลัก คือ จงรักพระเจ้าแต่เพียงพระองค์เดียว รักเพื่อนบ้านและศัตรู ให้อภัยคนอื่น และยังมีหลักอีก 10 ประการ ซึ่งอ่านได้จากเว็บไซต์นี้ค่ะ .... คำสอนของพระเจ้าเป็นจริงเสมอ ไม่เคยเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าอดีต ปัจจุบัน หรือ อนาคต พระองค์ทรงเป็นผู้ควบคุมทุกอย่าง....ชาวพุทธบางคนไม่เชื่อเรื่องพระเจ้า ไม่เชื่อว่าพระเจ้ามีจริง แล้วทำไมชาวพุทธอีกหลายคนยังเชื่อเรื่องไสยศาสตร์ สิ่งลี้ลับ การนับถือภูตผีปิศาจ....ถ้าวิญญาณชั่วร้ายมีอยู่จริง แล้วทำไมพระเจ้าผู้ทรงฤทธานุภาพเหนือสิ่งชั่วร้ายทั้งหลายจะไม่มีอยู่จริง...พระพุทธเจ้าเป็นแค่คนธรรมดาคนหนึ่งที่ค้นพบหลักปรัชญาในการดำเนินชีวิต แต่ไม่ใช่ผู้วิเศษที่สามารถอยู่เหนือธรรมชาติได้ และพระพุทธศาสนาไม่ได้สอนให้ยุ่งเกี่ยวกับไสยศาสตร์ แต่ชาวพุทธอีกหลายคนก็ยังคลุกคลีหมกมุ่นอยู่กับสิ่งเหล่านั้น ... และประการสุดท้าย ถ้าพระพุทธเจ้าไม่เชื่อเรื่องที่เหนือธรรมชาติ ทำไมถึงสอนเกี่ยวกับนรก และ สวรรค์ ถ้าพระพุทธเจ้า ไม่มีความเชื่อที่ว่า "ต้องมีใครสักคนหนึ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดบนสวรรค์ที่คอยตัดสินชีวิตคนหลังความตาย"......ตอนนี้พอแค่นี้ก่อนแล้วกัน เรายังมีอีกหลายเรื่องที่อยากแบ่งปัน เราอยากรู้จักกับเพื่อนๆ ชาวคริสเตียน และทุกคนที่สนใจอยากรู้เรื่องเกี่ยวกับพระเจ้า หรือมีคำถามใดๆ กรุณาเขียนอีเมล์ถึงเราได้ที่ lovedmay@gmail.com หรือ add เราที่ facebook ตามลิ้งค์ที่ให้ไว้ได้เลยค่ะ http://www.facebook.com/profile.php?id=1027081891#!/profile.php?id=100000535321351

ขอให้พระเจ้าจงอวยพรทุกคน

#34 By ยุ (58.137.28.82) on 2010-08-30 14:13

อยากขอร้องทุกคนที่เข้ามา comment ว่า กรุณาใช้คำพูดที่สุภาพ และ ให้เกียรติกันด้วยค่ะ เราทุกคนย่อมมีความคิดเห็น และ ความเชื่อที่แตกต่างกัน แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า เราต้องมาทะเลาะกัน และใช้คำพูดเสียดสีกันค่ะ .... ให้คิดว่าเป็นพื้นที่เล็ก ๆ ในการแสดงความคิดเห็น และแลกเปลี่ยนประสบการร์กันดีกว่านะคะ ขอบคุณมากค่ะ

#35 By ยุ (58.137.28.82) on 2010-08-30 14:17

สุดยอดเวย!!

อาห้า~~

แต่หาศาสนาพุทธอะจ๊ะ^^sad smile

#36 By เสี่ยคิว (114.128.168.220) on 2010-09-13 17:19

อยากทราบว่าถ้าเข้าศาสนาคริสต์แล้วต้องปฏิบัติตนยังไงคับ แล้วต้องเข้าโบสถ์ทุกวันอาทิตย์ใช่หรือไม่ ถ้าเกิดเราติดธุรกิจไปร่วมพิธีในโบสถ์ไม่ได้จะเป็นอะไรหรือไม่ แล้วการเคารพของศาสนาคริสต์คืออะไร เช่น (ของพุทธ คือการไว้) ช่วยบอกผมด้วยนะคับ เพราะผมชอบศึกษาศาสนาคริสต์มาตั้งแต่ตอนเรียน ร.ร.ศาสนาคริสต์ และผมก็อยากเข้าศาสนาคริสต์ มานานแล้วคับ โปรดช่วยแนะนำมาที่ Jimmy_Bamrungjit@hotmail.com ขอบคุณมากครับ

#37 By jimmy (112.142.31.9) on 2010-09-20 21:18

ศาสนาคริสต์และศาสนาอิสลามมีคำสอนที่คล้ายกันคือมีศาสดาสูงสุดคือพระเจ้าเหมือนกัน โดยในศาสนาอิสลามสอนว่า พระเยซูคือเทวทูตพระองค์หนึ่งของพระอัลเลาะห์ และสอนเรื่องวันพิพากษาคล้ายๆกัน ส่วนศาสนาพุทธสอนเรื่องการชำระกิเลสตัณหาออกจากใจและการมีปัญญาหยั่งรูในธรรม คือธรรมชาติ หรือรู้ธรรมะ เช่น รู้ว่า ธรรมทั้งปวงเป็นอนัตตา และมีการบรรลุธรรมเป็นลำดับขั้น นับตั้งแต่พระโสดาบันขึ้นไปจนถึงพระอรหันต์ ก็คือนิพพาน (แบ่งปัน)

#38 By ว่าน (124.157.147.44) on 2010-10-17 13:01

ไม่เกียวกันหรอกว่าจะนับถือศาสนาใหมแค่ทำตัวเองให้เป็นคนดีของครอบครัวและสังคมก็พอแล้ว

#39 By (182.52.142.254) on 2010-11-24 20:01

รักพระเจ้า สุดจิต สุดใจ

#40 By รักพระเจ้า (1.46.144.120) on 2010-12-18 00:27

ที่ใดมีรัก ที่นั่นมีทุกข์ กล่าวคือการไม่ประสบสิ่งรักเป็นทุกข์ การพลัดพรากจากสิ่งรักเป็นทุกข์ การประจวบสิ่งไม่รักก็เป็นทุกข์

#41 By สลส (223.206.194.36) on 2011-01-13 19:09

ท่านสอนให้เรารัก ถ้าเรารักพระองค์แล้วพระองค์มาจากไป เราก็ต้องร้องให้เสียใจ แล้วเราเป็นทุกข์ใหม ยี่งถ้าเป็นคนที่เรารักมากที่สุดละ ต้องมาจากเราไป เราจะเป็นทุกข์แค่ใหน เราจะทำใจยอมรับความเสียใจเหล่านั้นใด้หรือปล่าว

#42 By mm (223.206.194.36) on 2011-01-13 19:37

ดเเด้ดเด้ดเ

#43 By ดเดเดเด (125.24.46.106) on 2011-01-20 12:49

jvfrguvhgieyrgh

#44 By ufrgjhritgjfh (125.24.46.106) on 2011-01-20 12:50

ทุกศาสนาสอนให้ทุกคนเป็นคนดี อย่าได้ลบหลู่ ศาสนาอื่น ว่าไม่ดีอย่างนั้น อย่างนี้ จงภูมิใจที่เกืดมาเป็นมนุษย์ จงทำสิ่งที่คุณทำอยู่ให้ดีที่สุด

#45 By มะปราง (61.7.142.73) on 2011-02-15 12:54

ดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดดีดีดีดีดดีดีดดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดึดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดี

#46 By เอื้อมพร (113.53.220.235) on 2011-02-19 10:37

ตอนนี้ทำตัวไม่มีศาสนาสักพัก เพราะพ่อแม่ไม่ให้นับถืคริสต์ แต่ในหัวเรามีความรู้เรื่องศาสนาคริสต์มากๆเลย ความเชื่ก็แบบคริสต์ ตอนนี้ไปไหนมาไหนก็บอกไม่มีศาสนา

#47 By KK (113.53.158.123) on 2011-03-05 00:29

#48 By กหฟกฟหก (223.206.18.113) on 2011-05-30 19:05

open-mounthed smile open-mounthed smile open-mounthed smile angry smile tongue

#49 By nhhgh (118.173.117.155) on 2011-06-05 11:07

เราก็เป็นคริสต์เหมือนกัน ก่อนหน้านี้เป็นพุทธ ตามพ่อแม่(ขอร้องอย่าปาปเลย)พุทธมันงมงายมากๆๆ"ขอหวยกราบรูปปั้นทุกทำไมก้"ไม่รู้คริสต์ทุกประวัติเป็นแต่ความจิงไม่งมงายพุทธขอแต่หวยเชื่อกันบ้าบอ และกราบอยู่นั้นแหละรูปปั้นกราบกันเข้าไปมันก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นsad smile sad smile

#50 By moret (111.84.188.104) on 2011-06-09 13:07