1.        จงนมัสการพระเจ้าแต่เพียงผู้เดียว

                  พระเจ้าผู้สร้างโลก และสร้างมนุษย์ พระเจ้าต้องการให้เราดำเนินชีวิตและรู้ว่าพระเจ้ารักเรา บัญญัติข้อ 1 ต้องการให้เราจดจำว่าพระองค์เอาใจใส่ดูแลเราเสมอ บางครั้งเราลืมพระสัญญาของพระเจ้าและไปยึดบุคคลอื่น หรือสิ่งของอื่น ๆ ว่ามีความสำคัญมากกว่าพระเจ้า

2.       วันพระเจ้าอย่าลืมฉลองเป็นวันศักดิ์สิทธิ์

วันของพระเจ้า เพื่อชีวิตฝ่ายจิตของเรา วันนี้เราไปวัดพร้อมกับสมาชิกในครอบครัว และเพื่อน ๆ ของเราในวันอาทิตย์ เราได้ฟังพระวาจา มีส่วนร่วมในการรับศีลมหาสนิท และภาวนาพร้อมกับพี่น้องของเรา ก็เป็นอาหารหล่อเลี้ยงฝ่ายจิตวิญญาณของเรา

 

3.       อย่าออกนามพระเจ้าโดยไม่สมเหตุ

                จงรัก และให้เกียรติพระนามของพระเจ้า อย่าประมาทชื่อของใคร โดยเฉพาะอย่าประมาทนามของพระเจ้า สิ่งที่เราสามารถปฏิบัติ คือออกพระนามพระเจ้าด้วยความเคารพ ภาวนาวอนขอต่อพระเจ้าด้วยความเชื่อ ความศรัทธา

4.       อย่าทำอุลามก

                ส่วนใหญ่สำหรับคนที่แต่งงานแล้ว เมื่อชายหญิงแต่งงานกัน เขาทั้งสองสัญญาที่จะผูกพันชีวิตด้วยกันทั้งร่างกาย และวิญญาณ จะต้องถือคำมั่นสัญญานี้ สำหรับคนที่ยังไม่ได้แต่งงาน เราต้องให้เกียรติ และยกย่องร่างกายของเราและผู้อื่นด้วย ทั้งการพูด การกระทำ สิ่งที่ฟังและทุกสิ่งที่คิด

5.       จงนับถือบิดามารดา

                 พระเจ้าให้บิดามารดา มีส่วนร่วมในงานสร้างสรรค์พิเศษนี้กับพระองค์ และให้บิดามารดามอบความรักของพระองค์ ด้วยการเอาใจใส่ดูแลเรา จากความรักที่บิดามารดามีต่อกัน บิดามารดาเป็นคนแรกที่สอนเราว่า พระเจ้าเป็นใคร พระเจ้ารักเราอย่างไร ฉะนั้นบิดามารดาต้องได้รับเกียรติ และให้ความเคารพนับถือด้วย

6.       อย่าฆ่าคน

ชีวิตเป็นของล้ำค่า เป็นสิ่งที่ต้องรักษาและให้เกียรติ เมื่อเรายกย่องให้เกียรติผู้อื่น เมื่อเราไม่ทำลายความสุขความยินดีของผู้อื่น เมื่อเราไม่ทำร้ายกัน เราต้องยอมรับว่าชีวิตผู้อื่นก็มีคุณค่าเช่นเดียวกับเราเหมือนกัน

7.       อย่าล่วงเกินสามี ภรรยาคนอื่น

                จงให้เกียรติภรรยาของเพื่อนบ้าน พระเจ้าไม่ต้องการให้สามีหรือภรรยา นำความรักและความสุขไปมอบให้กับคนอื่น โดยผิดต่อความซื่อสัตย์ หรือให้ผู้อื่นไปยุ่งเกี่ยวข้องอย่างผิด ๆ ด้วย จงรักษาความคิด จิตใจให้บริสุทธิ์อยู่เสมอ

8.       อย่าลักทรัพย์

การขโมยของจากคนอื่น เป็นการทำร้าย เป็นความเห็นแก่ตัวและเป็นความผิด ทุกคนมีสิทธิ์เป็นเจ้าของทรัพย์สมบัติของตน เราทุจริตที่ทำงาน คดโกงเวลา เราก็เป็นคนไม่ซื่อสัตย์ เราต้องไม่เอาของที่เป็นของคนอื่นก่อนได้รับอนุญาต

9.       อย่าใส่ความนินทา

                ความจริงนำมาซึ่งความสุข การโกหกหลอกลวง นำผลร้ายและความเศร้าเสียใจ เมื่อเราโกหก เราทำลายความน่านับถือในตัวเรา เมื่อเราละเมิดความลับ หรือคำสัญญาที่ให้ไว้ แม้เป็นเรื่องจริง เราทำร้ายเขาและทำร้ายตัวเราเอง

10.   อย่ามักได้ทรัพย์ของเขา

                จงเคารพในทรัพย์สินของผู้อื่น อย่าอิจฉา หรือมักได้ทรัพย์ของผู้อื่น เราอย่าอิจฉาในสิ่งที่คนอื่นมี เราควรมีความสุขสำหรับสิ่งของที่คนอื่นมี และขอบคุณพระเจ้าสำหรับสิ่งของ และพรสวรรค์ที่เราได้รับจากพระองค์

 

สรุปบัญญัติที่สำคัญที่สุด

พระเยซูเจ้า ได้สรุปพระบัญญัติเอกที่สำคัญที่สุดคือ รักพระเจ้าสุดจิตใจ และรักเพื่อนมนุษย์เหมือนรักตนเอง (มธ. 22:37; มก. 12:30; ลก. 10:27)

ที่มา

http://my.dek-d.com/sakura_express/story/viewlongc.php?id=219715&chapter=8

 

Comment

Comment:

Tweet

#86 By (101.109.181.38|101.109.181.38) on 2015-07-08 21:23

ขอรายละเอียดมากกว่านี้หน่อยนะค่ะbig smile big smile

#85 By (223.206.248.149|223.206.248.149) on 2015-05-26 20:40

big smile

#84 By (182.93.179.192|182.93.179.192) on 2014-07-24 13:42

 กลอนกวนนนนน ยากบอกว่า คิดถึงนั้นแน่ ยิ้มใหญ่เลย ไม่ต้องอาย เพราะไม่ใช้เธอ embarrassed                          

#83 By หมวย (202.29.176.238|202.29.176.238) on 2014-06-02 09:32

 ยากบอกก็ดีนะ

#82 By หมวย (202.29.176.238|202.29.176.238) on 2014-06-02 09:22

 ก็ดีนะค่ะ

#81 By po (202.29.176.238|202.29.176.238) on 2014-06-02 09:16

cry hrtytjgugkkhjkhjembarrassed surprised smile double wink double wink

#80 By ฟาน (202.29.179.182|202.29.179.182) on 2014-03-13 10:53

งานเยอะมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

#79 By (182.93.177.206|182.93.177.206) on 2014-03-06 13:42

ขอบคุณพระเจ้า ฮาเลลูยา

#78 By sara saniana (182.52.34.175|182.52.34.175) on 2014-01-30 15:11

 Fab

#77 By ชักว่าว (103.7.57.18|118.172.79.221) on 2013-06-26 19:33

 

#76 By มีมี่ (103.7.57.18|115.67.129.250) on 2012-09-08 10:12

ต้องทะเลาะกันทุกทีสินะคนไทย จะศาสนาอะไร จะเรื่องอะไร หาเรื่องทะเลาะกันได้ตลอด

#75 By Blue_Blood (103.7.57.18|171.4.16.164) on 2012-07-02 00:11

หูๆๆๆ เคารพเยอะจัง พุทธsad smile

#74 By nungning (103.7.57.18|113.53.18.52) on 2012-06-18 13:36

หูๆๆๆ เคารพเยอะจัง พุทธsad smile

#73 By nungning (103.7.57.18|113.53.18.52) on 2012-06-18 13:35

หูๆๆๆ เคารพเยอะจัง พุทธsad smile

#72 By nungning (103.7.57.18|113.53.18.52) on 2012-06-18 13:23

tongue angry smile sad smile open-mounthed smile big smile deeeeeeeeee...........

#71 By เเนน (118.172.161.147) on 2012-04-27 07:27

ในความเห็นข้าพเจ้า 1.พระเจ้า(God)ไม่ได้เป็นมีความหมายเป็นแค่บุคคล แต่มีความหมายรวมทุกสิ่งที่ใครคนหนี่งซึ่งผู้นับถือจะจินตนาการให้เป็น อาจจินตนาการเป็นบุคคลเหมือนรูปภาพต่างๆ อาจจินตนาการเป็นอำนาจที่ควบคุมธรรมชาติไว้ อาจเป็นสิ่งใดๆที่วิทยาศาสตร์ไม่สามารถเข้าพิสูจน์ได้
2.ธรรมชาติ(Nature)ทั่วไปคงเข้าว่าคือสิ่งที่เราไม่สามารถสร้างเองได้ รอบตัวเรา ภูเขา ทะเล ลม โลก ดวงดาว ต่างๆ แต่ถ้านึกถึงหลักของเหตุและผล ผลของสิ่งหนึ่งเป็นจากเหตุอีกสิ่งหนึ่ง เพราะฉะนั้นธรรมชาติที่เราเห็นและสำรวจได้ ก็ต้องเกิดจากธรรมชาติที่เรายังสามารถพิสูจน์ได้ทางวิทยาศาสตร์
3.ถ้าเปรียบเป็นคน ลูกก็ต้องเกิดจากมีพ่อแม่ พระตรีเอกภาพ คือ พระบิดา(Father)ทรงสร้างพระบุตร(Son) และให้จิตใจความรู้สึก(Holy Spirit)คือผู้สร้าง ผู้ถูกสร้าง และให้ความรู้สึกถ้าสิ่งนั้นเราเรียกว่ามีชีวิต
4.เพราะฉะนั้นถ้าเราเข้าใจว่าธรรมชาติที่เริ่มต้นเป็นเหตุที่ทำให้เกิดธรรมชาติที่เราเห็น พระเจ้า(God)ผู้ที่ให้กำเนิดธรรมชาติ ก็คือธรรมชาติเริ่มต้นที่วิทยาศาสตร์ยังเข้าไม่ถึง
5.ทุกศาสนาทุกความเชื่อ ล้วนยอมรับนับถือธรรมชาติ ก็ไม่แปลกที่จะนับถือธรรมชาติเริ่มต้นด้วย
6.ความรู้สึกลึกๆ ต่อไปคำสอนต่างๆของทุกศาสนาที่คล้ายกัน น่าเอามารวมกัน ส่วนพีธีการต่างๆแล้วแต่ว่าใครชอบและศรัทธาแบบไหน

#70 By KK (223.205.21.200) on 2012-04-21 11:58

เราอยากเป็นคริสต์ เพราะเรามีความศรัทธาต่อพระผู้เป็นเจ้ามาก แต่อุปสรรคมันเยอะเหลือเกิน ทำให้เราไม่สามารถเรียนคำสอนจากคุณพ่อ(บาทหลวง)ได้ เราจะทำอย่างไรดี เราอยากจะเรียนและเปลี่ยนศาสนาจริงๆ ใครพอช่วยได้ช่วยติดต่อมาหน่อยนะคะ

#69 By zonic (115.67.96.85) on 2012-03-04 16:14

ทุกคนที่โพส กรุณาอย่าลบหลู่ศาสนาคริสต์นะคะbig smile

#68 By มอ อี นอ (182.53.39.255) on 2012-02-12 19:01

ทุกๆคนให้ความคิดเห็นกันดีทุกคนเลย

ขอให้เร่งศึกษา แก่นแท้ของแต่ละศาสนาให้จริงจัง

ให้ทราบถึงจุดมุ่งหมายของศาสดาว่าท่านต้องการให้ทำอะไร

แล้วน้อมนำมาปฏิบัติ

เริ่มจากตัวเราก่อน อย่าเพิ่งไปดูใคร

ถ้าเราทุกคนดี สังคมก็จะดี ประเทศชาติก็จะดี โลกก็จะสงบสุข ทุกคนก็จะมีแต่ความรักความเมตตาให้แก่กันอย่างบริสุทธิ

ธรรมะ มีดีอยู่แล้ว อยู่ที่ว่าคนจะน้อมนำไปปฏิบัติกันมากเท่าไหร่ หากดูคน ก็จักไม่เข้าใจในศาสนา และจะไม่เข้าใจในเจตนาของศาสดาแต่ละท่าน

ขอให้ธรรม รักษาทุกคนครับ big smile

#67 By ไร้นาม (192.168.3.4, 115.31.184.130) on 2011-12-27 13:10

อพยพ 20:1-17 1 พระเจ้าตรัสพระวจนะทั้งสิ้นต่อไปนี้ว่า 2 "เราคือพระเจ้าของเจ้า ผู้ได้นำเจ้าออกจากแผ่นดินอียิปต์คือจากแดนทาส 3 "อย่ามีพระเจ้าอื่นใดนอกเหนือจากเรา 4 "อย่าทำรูปเคารพสำหรับตน เป็นรูปสิ่งใดซึ่งมีอยู่ในฟ้าเบื้องบน หรือบนแผ่นดินเบื้องล่าง หรือในน้ำใต้แผ่นดิน 5 อย่ากราบไหว้หรือปรนนิบัติรูปเหล่านั้น เพราะเราคือพระเจ้าของเจ้า เป็นพระเจ้าที่หวงแหน ให้โทษบิดาตกทอดไปถึงลูกหลานของผู้ที่ชังเราจนถึงสามชั่วสี่ชั่วอายุคน 6 แต่เราแสดงความรักมั่นคงต่อคนที่รักเรา และปฏิบัติตามบัญญัติของเราจนถึงพันชั่วอายุคน {หรือจำนวนหลายพันคน} 7 "อย่าออกพระนามพระเจ้าของเจ้าอย่างไม่สมควร เพราะผู้ที่ออกพระนามพระองค์อย่างไม่สมควรนั้น พระเจ้าจะทรงถือว่าไม่มีโทษก็หามิได้ 8 "จงระลึกถึงวันสะบาโต {คือ วันหยุดพัก (งาน)} ถือเป็นวันบริสุทธิ์ 9 จงทำการงานทั้งสิ้นของเจ้าหกวัน 10 แต่วันที่เจ็ดนั้นเป็นสะบาโตของพระเจ้าของเจ้า ในวันนั้นอย่ากระทำการงานใดๆไม่ว่าเจ้าเอง หรือบุตรชายบุตรหญิงของเจ้า หรือทาสทาสีของเจ้า หรือสัตว์ใช้งานของเจ้า หรือแขกที่อาศัยอยู่ในประตูเมืองของเจ้า 11 เพราะในหกวันพระเจ้าทรงสร้างฟ้าและแผ่นดิน ทะเล และสรรพสิ่งซึ่งมีอยู่ในที่เหล่านั้น แต่ในวันที่เจ็ดทรงพัก เพราะฉะนั้นพระเจ้าทรงอวยพระพรวันสะบาโต และทรงตั้งวันนั้นไว้เป็นวันบริสุทธิ์ 12 "จงให้เกียรติแก่บิดามารดาของเจ้า เพื่ออายุของเจ้าจะได้ยืนนานบนแผ่นดิน ซึ่งพระเจ้าของเจ้าประทานให้แก่เจ้า 13 "อย่าฆ่าคน 14 "อย่าล่วงประเวณีผัวเมียเขา 15 "อย่าลักทรัพย์ 16 "อย่าเป็นพยานเท็จใส่ร้ายเพื่อนบ้าน 17 "อย่าโลภครัวเรือนของเพื่อนบ้าน อย่าโลภภรรยาของเพื่อนบ้าน หรือทาสทาสีของเขา หรือโค ลาของเขา หรือสิ่งใดๆ ซึ่งเป็นของของเพื่อนบ้าน"

#66 By คริสเตียน (110.168.36.230) on 2011-12-10 11:57

ผมเป็นพุทธะครับใครมีข้อคิดดีๆที่จะร่วมสนทนาโทร0823495421 ครับopen-mounthed smile open-mounthed smile open-mounthed smile big smile

#65 By จากคนดี (202.29.37.57) on 2011-10-26 11:07

ถ้าพระเจ้าสร้างโลกจิงก็คงเป้นเหมือนบิดามารดาของเราและพ่อแม่คงรักลูกทุกคนเท่ากันแล้วทำไมพระเจ้าถึงลำเอียง บางคนรวยบางคนจน อายุสั้นอายุยืนเป็นต้น ถ้าจะว่าเป็นบาปกรรมก็คงไม่ไช่ เพาะพระเจ้าไถ่บาปไปหมดแล้ว ทำไมคับบิดาคือพระเจ้าถึงรักลูกไม่เท่ากันคับ พี่ ?big smile open-mounthed smile confused smile

#64 By จากคนดี (202.29.37.57) on 2011-10-26 00:00

ข้อความ50คุนนยังมีความรู้ในพุทธน้อยมากและผิดมากแล้วคุนยังเอาความรู้อันน้อยนิดและผิดๆของคุนมาใส่ร้ายพุทธะผมอยากสนทนากับคุนจังopen-mounthed smile open-mounthed smile ครับ

#63 By จากคนดี (202.29.37.57) on 2011-10-25 23:44

ตอบคนที่50 ศาสนาพุทธไม่ได้สอนให้ขอหวยนะครับพระพุทธเจ้าสอนคือการไม่ทำบาปทั้งปวง ทำกุศลให้ถึงพร้อม ทำจิตใจให้ขาวรอบ และสอนถึงบัว4เห่ลาคือ๑.พวกที่มีสติปัญญาฉลาดเฉลียว เป็นสัมมาทิฏฐิ เมื่อได้ฟังธรรมก็สามารถรู้ และเข้าใจในเวลาอันรวดเร็ว เปรียบเสมือนดอกบัวที่อยู่พ้นน้ำ เมื่อต้องแสงอาทิตย์ก็เบ่งบานทันที (อุคฆฏิตัญญู)

๒.พวกที่มีสติปัญญาปานกลาง เป็นสัมมาทิฏฐิ เมื่อได้ฟังธรรมแล้วพิจารณาตามและได้รับการอบรมฝึกฝนเพิ่มเติม จะสามารถรู้และเข้าใจได้ในเวลาอันไม่ช้า เปรียบเสมือนดอกบัวที่อยู่ปริ่มน้ำซึ่งจะบานในวันถัดไป (วิปจิตัญญู)

๓.พวกที่มีสติปัญญาน้อย แต่เป็นสัมมาทิฏฐิ เมื่อได้ฟังธรรมแล้วพิจารณาตามและได้รับการอบรมฝึกฝนเพิ่มอยู่เสมอ มีความขยันหมั่นเพียรไม่ย่อท้อ มีสติมั่นประกอยด้วยศรัทธา ปสาทะ ในที่สุดก็สามารถรู้และเข้าใจได้ในวันหนึ่งข้างหน้า เปรียบเสมือนดอกบัวที่อยู่ใต้น้ำ ซึ่งจะค่อยๆ โผล่ขึ้นเบ่งบานได้ในวันหนึ่ง (เนยยะ)

๔.พวกที่ไร้สติปัญญา และยังเป็นมิจฉาทิฏฐิ แม้ได้ฟังธรรมก็ไม่อาจเข้าใจความหมายหรือรู้ตามได้ ทั้งยังขาดศรัทธาปสาทะ ไร้ซึ่งความเพียร เปรียบเสมือนดอกบัวที่จมอยู่กับโคลนตม ยังแต่จะตกเป็นอาหารของเต่าปลา ไม่มีโอกาสโผล่ขึ้นพ้นน้ำเพื่อเบ่งบาน (ปทปรมะ)big smile big smile big smile big smile คุนอยู่จำพวกไหนดีนะอือbig smile big smile big smile

#62 By จากคนดี (202.29.37.57) on 2011-10-25 22:40

ตอบคนที่50 ศาสนาพุทธไม่ได้สอนให้ขอหวยนะครับพระพุทธเจ้าสอนคือการไม่ทำบาปทั้งปวง ทำกุศลให้ถึงพร้อม ทำจิตใจให้ขาวรอบ และส๑.พวกที่มีสติปัญญาฉลาดเฉลียว เป็นสัมมาทิฏฐิ เมื่อได้ฟังธรรมก็สามารถรู้ และเข้าใจในเวลาอันรวดเร็ว เปรียบเสมือนดอกบัวที่อยู่พ้นน้ำ เมื่อต้องแสงอาทิตย์ก็เบ่งบานทันที (อุคฆฏิตัญญู)

๒.พวกที่มีสติปัญญาปานกลาง เป็นสัมมาทิฏฐิ เมื่อได้ฟังธรรมแล้วพิจารณาตามและได้รับการอบรมฝึกฝนเพิ่มเติม จะสามารถรู้และเข้าใจได้ในเวลาอันไม่ช้า เปรียบเสมือนดอกบัวที่อยู่ปริ่มน้ำซึ่งจะบานในวันถัดไป (วิปจิตัญญู)

๓.พวกที่มีสติปัญญาน้อย แต่เป็นสัมมาทิฏฐิ เมื่อได้ฟังธรรมแล้วพิจารณาตามและได้รับการอบรมฝึกฝนเพิ่มอยู่เสมอ มีความขยันหมั่นเพียรไม่ย่อท้อ มีสติมั่นประกอยด้วยศรัทธา ปสาทะ ในที่สุดก็สามารถรู้และเข้าใจได้ในวันหนึ่งข้างหน้า เปรียบเสมือนดอกบัวที่อยู่ใต้น้ำ ซึ่งจะค่อยๆ โผล่ขึ้นเบ่งบานได้ในวันหนึ่ง (เนยยะ)

๔.พวกที่ไร้สติปัญญา และยังเป็นมิจฉาทิฏฐิ แม้ได้ฟังธรรมก็ไม่อาจเข้าใจความหมายหรือรู้ตามได้ ทั้งยังขาดศรัทธาปสาทะ ไร้ซึ่งความเพียร เปรียบเสมือนดอกบัวที่จมอยู่กับโคลนตม ยังแต่จะตกเป็นอาหารของเต่าปลา ไม่มีโอกาสโผล่ขึ้นพ้นน้ำเพื่อเบ่งบาน (ปทปรมะ)อนถึงบัวสี่เหล่าbig smile big smile big smile big smile

#61 By จากคนดี (202.29.37.57) on 2011-10-25 22:30

confused smile angry smile tongue 55555+8. อย่าลักทรัพย์
การขโมยของจากคนอื่น เป็นการทำร้าย เป็นความเห็นแก่ตัวและเป็นความผิด ทุกคนมีสิทธิ์เป็นเจ้าของทรัพย์สมบัติของตน เราทุจริตที่ทำงาน คดโกงเวลา เราก็เป็นคนไม่ซื่อสัตย์ เราต้องไม่เอาของที่เป็นของคนอื่นก่อนได้รับอนุญาต
9. angry smile embarrassed cry

#60 By tea000000006 (101.109.32.234) on 2011-09-16 10:32

big smile confused smile tongue double wink

#59 By 000 (101.109.32.234) on 2011-09-16 10:31

อีสากระหลี่จริงๆ

#58 By เดะดเเ (101.109.32.234) on 2011-09-16 10:16

มีบุคคลอยู่ 1 คน นับถือคริสต์ แต่เป็นคนที่ เห็นแก่ตัวเอาของคนอื่นมาเป็นของตัวเอง ดูถูกคนอื่น ข่มเหงน้ำใจ ไม่ให้อภัยใคร ทั้งที่ ตำแหน่งเขาเป็นถึงหัวหน้าแต่เขาไม่เคยรู้จักคำว่า ให้อภัย ลูกน้องเลย มีแต่พูดจาเสียดสี ดูถูก ที่สำคัญ คนแบบนี้ไม่เหมาะกับการนับถือศาสนาคริสต์ เพราะเขาไม่รู้จักการให้

#57 By ...................... (203.148.162.150) on 2011-09-13 15:42


ในภาพรวมคนทยส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นพุทธจริงๆซักคน
โดยปรกติแล้วคนไทยส่วนใหญ่จะมองว่า พุทธกับพราหมณ์ เป็นของคู่กันและไม่ได้ใส่ใจอะไรมากในเรื่องของความเชื่อคือ เชื่อๆ แมร่งไปเหอะ อะไรดีรับไว้ ดูหน้ากลัว ขลังไม่กล้าลบหลู่ แม้กระทั่งความเชื่อส่วนใหญ่ที่แทบจะไม่มีไครเดินตามคำสอนของแบบพุทธจริงๆ(คือไม่ได้ศึกษาพระไตรปิฎกจริงๆ) ในประเทศไทยเรานั้น เป็นความเชื่อแบบฮินดูไปหมดแล้ว เพียงแต่อ้างว่า ตนเป็นชาวพุทธ ตามบัตรประจำตัวประชาชน หรืออ้างว่าพ่อแม่เป็น และเห็นว่า คนไทยส่วนมาก ยังเชื่อเรื่อง กลับชาติมาเกิด พรหมลิขิต ของขลังที่คิดว่าศักดิ์สิทธิ์ บูชาเทพเจ้าต่างๆ กราบไหว้นมัสการรูปปั้นต่างๆ อย่างงมงาย และมีการสร้าง ศาลพระภูมิ ไม่เว้แม้แต่ในวัด สถานที่ราชการ เป็นต้น พระสงฆ์องคเจ้าก็เอากับเค้าด้วยทั่งยังหันมาให้ความสำคัญกับบรรดาเทพเจ้า ในตำนานแบบ ฮินดูอีกด้วย และยังเน้นพิธีกรรมปลุกเศกมอมเมาประชาชน

จริงๆมันคนละศาสนาคนละหลักคนละความเชื่อกันเลยผมอยากจะเตื่อนอีกครั้งว่า ความเชื่อแนวคิดศาสนาพราหมณ์-ฮินดู อันตรายมากและไม่ควรยุ่งเพราะ ไม่มีที่มาที่ไป มั่ว
(เจ้าชายสิทธัตถะยังต้องหนีออกมาเลย)

หลักของการหลุดพ้นที่แท้จริง!!
มีอยู่วิธีเดี่ยวที่มนุษยจะหลุดพ้นจาก เวร เคราะห์ กรรม ความซวย โชคชะตาราศีได้ คือ การสะเดาะเคราะห์ ชีวิตเดี่ยวชาติเดี่ยวจะเสียเวลาทำกันซักกี่ครั้งก็ไม่หมด
แต่มีการสะเดาะเคราะห์ที่ดีที่สุดในโลกเพียงครั้งเดี่ยว!! และไม่ต้องมีพิธีกรรมให้วุ้นวายเลย คือ "ยอมการให้ พระเยซู รับเคราะห์ทั้งหมดของคุณแทน" พระเจ้ารักมนุษย์ที่ทรงสร้างและรับผิดชอบสวัสดิภาพของเราได้จิงๆ เพียงแค่คุณเชื่อ เพียงแค่คุณลองพิสูจน์ และพระเจ้าสูงสุดองค์เดี่ยวนี้ ไม่มีพระอื่นใด ที่ลงมาตายเพื่อให้เราพ้นเคราะห์กรรมต่างๆโดยการที่พระองค์ยอมรับเคราะห์แทนอีกแล้ว

(แอดมาได้น่ะครับเรื่องทั้งสิ้นเป็นความจริงผมได้รับมาจาพระเจ้าไม่มีมนุษย์ใดสอนความจริงของพระเจ้าได้แต่พระเจ้าสามารถสอนความจริงทั่งหมดให้มนุษย์เข้าใจได้)
http://www.facebook.com/profile.php?id=100000121588005

#56 By lmwArmZa (125.24.171.245) on 2011-08-30 03:04

ขออนุณาตตอบคอมเม้นที่ 51น่ะครับ แยกตอบ3เรื่องแล้วกัน

1พระเยซูไม่มีศพเพราะฝื้นขึ้นมาจากความตายหลังจากรับบาปทิ้งสิ้นของมนุษย์ครับ

2การอศัจรรย์ของพระเยซูเกิดขึ้นเป็นจริงจนทุกวันนี้ฤทธิ์เดชของพระเจ้ายังทำงานอยู่อย่างต่อเนื่องเช่น หายจาโรคเอส มะเร็ง4 ตาบอดหาย 9ล9 แต่ไม่เป็นที่ยอมรับเพราะรับไม่ได้ครับ

3อันนี้แก่นของศาสนาพุทธจริงๆ คือการรอคอย พระศรีอริยเมตไตรย มาโปรดสัตว์โลกให้พ้นบาป“ไมเตฺรยะ” (Maitreya) หรือในบาลี คือ “เมตฺเตยฺย” ความเชื่อในเรื่องพระไมตริยะ ในฐานะผู้นำทางจิตวิญญาณในลักษณะนี้
มิใช่มีเฉพาะในพระพุทธศาสนาเท่านั้น แต่มีปรากฏในศาสนาฮินดู เชน ยูดาย คริสต์ และอิสลาม พระไตรปิฎก นั้น เป็นหลักฐานที่เก่าแก่ที่สุดของโลก ว่าด้วยเรื่องพระไมตริยะ ดังปรากฏในพุทธพยากรณ์หลายแห่ง เช่น ในทีฆนิกาย จักกวัตติสีหนาทสูตรแม้ใน คัมภีร์ไบเบิล ในส่วนของพระคัมภีร์พันธสัญญาเก่า (Old Testament)ทั้งของศาสนายูดายและคริสต์ศาสนาก็ปรากฏชื่อของ Messiah ซึ่งจะเป็นศาสดาพยากรณ์คนสุดท้ายของโลก ที่พระผู้เป็นเจ้าจะส่งลงมาโปรดโลก ก่อนวันโลกแตก
(จริงๆโลกไม่ได้แตกน่ะครับและวันก่อนเหตุการนั้น ไม่มีมนุษย์เหลือแล้วด้วย) ในคริสต์ศาสนาเชื่อว่า พระเยซูคริสต์ คือ Messiah ผู้นั้น \"สิ่งที่น่าสนใจอย่างหนึ่งทางอักษรศาสตร์ คือ หากนำคำว่า Maitreya ในภาษาสันสกฤตปริวัฏอักษรเป็นภาษาฮีบรู จะได้คำว่า
Messiah ตรงตัว เรื่องนี้คงไม่ใช่เหตุบังเอิญที่จะมีคำพ้องทั้งเสียงและความหมาย ในศาสนาที่มีต้นกำเนิดห่างกันหลายพันไมล์ และสิ่งที่เหมือนกันอย่างหนึ่งคือ ระหว่างชาวยิวและชาวพุทธ คือศาสนิกชนของทั้งสองศาสนานั้น กำลังรอคอยการอุบัติขึ้นของ Maitreya หรือ Messiah ด้วยกันทั้งคู่ ศาสนาพระศรีอารย์ จึงมิได้มีอยู่เฉพาะในพระพุทธศาสนาเท่านั้น และไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้น แต่มีมานานกว่าสองพันปีแล้ว และเป็นรากฐานของความเชื่อ ในศาสนาที่เกิดขึ้นในอินเดียทั้ง ๓ ศาสนาใหญ่ คือ ฮินดู พุทธ และเชน
(คนนั้นคือพระเยซูเมื่อ2000ปีที่แล้ว และกำลังกลับมาครั้งนี้ไม่ได้มายกบาปแต่มาพิพากษา)

4 สังฆยนาพระไตรปิฎก ครั้งที่3 จากการสำรวจทางประวัติศาสผบว่ามีการแก้ในช่วง พ.ศ.235 ซึ้งรักวิชาการศาสนาประวัติศาสตร์และนักศาสนศาสตร์สรุปว่า มีเหตุการซึ้งส่งผลกระทบระหว่างพุทธ กับ พราหมณ์-ฮินดู มีการผสมมั่วความเชื่อและมีการแย่งตัวเจ้าชายสิทธัตถะเพราะ ฮินดูเชื่อว่าคนนี้เป็น พระนารายปางอวตาลที่ 9(เพราะคำสอนฮินดู ลอยๆเป็นศาสนาไม่มีศาสดา)จนถึงตอนนี้ พระไตรปิฎก สังคยนาครั้งที่ 9 เมื่อ พ.ศ. 2331 คำสอนส่วนใหญ่ไม่จะเป็นแบบผสมความเชื่อ พรามหณ์-ฮินดู เช่นตายได้หลายครั้งชาติ(จริงๆชีวิตเดียวครั้งเดียว) บอกว่าอเทวนิยมแต่ เชื่อเทพโน้นนั้นนี้ว่า เช่นเจ้าชายสิทธัตเป็นถะพระโพธิสัตว์เป็นเทพพระเจ้าบนสวรรค์ ในชั้นดุสิต(ชั้นที่4)เชื่อเรื่องดวง

คุณลองคิดดูมีผู้หญิงแพศยาสำส่อนชายมา9คนแล้ว คุณจะรับเธอเป็นภรรยาไปจนวันตายมั้ยและความโสมมของเธอจะช่วยให้คุณมีความสุขจอมปลอมอีกนานเท่าใด

#55 By lmwArmZa (125.24.171.245) on 2011-08-30 02:42

นี่ความเห็นที่50น่ะ
คุนเองก้อเคยเป็นนพุทธไม่ใช่หรอ แล้วทำไมพูดจาแบบนี้ ศาสานาพุทธน่ะสอนให้มองโลกในแง่ความเป็นจริงมากกว่า ส่วนคริสต์น่ะ มันเพ้อฝันเกินไป!!!ไร้สาระหว่ะ- - แค่คุนเชื่อในพระเจ้าคุนจะไม่ตกนรกงั้นหรอเหอะ!

#54 By เมย์ (110.49.248.23) on 2011-07-30 23:20

มีแค่ 10 ขอหรอครับsad smile

#53 By wihtit (124.122.65.227) on 2011-07-23 14:20

ศีล 227 เลย มะ ของ แท้ อ่ะ

#52 By NoName (125.26.223.35) on 2011-06-28 23:00

ความเห็น50 กรุณาให้เกียรติศาสนาพุทธด้วยนะศาสนาพุทธไม่ใช่ขอหวยนั่นคือกานัถถือผีสางเทวดาเป็นความเชื่อแต่เก่าไม่ใช่ศาสนาพุทธมาเผยแพร่ศาสนาพุทธเป็นศาสนาให้คนไม่ยึดติดกับสิ่งของและวัตถุไม่ว่าจะเป็นร่างกายแต่คุณมาทำอย่างนี้คือการดูหมิ่น อยากถามว่าศาสนาคุณสอนมาอย่างนี้หรอให้ดูถูกศาสนาอื่นแล้วที่คุณบอกว่าไหว้รูปปั้นนั้นความจริงมันเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจของคนแล้วคุณมั่นใจได้อย่างไรว่าประวัติศาสนาคริสต์เป็นความจริงคุณเกิดทันหรอทุกอย่างที่เอามาบันทึกย่อมมีการเติมแต่งให้ดูดีขึ้นเท่านั้นเอง ศาสนาพุทธไม่เคยโน้มน้าวใจให้ศาสนาอื่นเปลี่ยนมานับถือศาสนาตนเองแต่ศาสนาคริสต์มีท่อนหนึ่งกล่าวไว้ว่าพระเจ้านั้นส่งพระพุทธเจ้ามาเกิดซึ่งไม่เป็นความจริงเลยพระเจ้า แล้วคุณมั่นใจได้อย่างไรตอนนี้พระศพของพระเยซูยังหาไม่เจอหรือ(ไม่เคยมีมาก่อน) นั่นคือความจริงอ๋อแล้วก็ความจริงอีกอย่างคือถ้าพระเจ้าส่งพระพุทธเจ้ามาจริงทำไมพระเยซูไม่มีความแสดงตนว่าเป็นคนที่พระเจ้าส่งมาเหตุใดจึงถูกตรึงกางเขน พระพุทธเจ้ามิมีคนทำอันตรายแม้ปลายก้อยมากสุดก็แค่ห้อเลือด แต่พระเยซูเล่าถูกตรึงกางเขนจนตาย[อันนี้เป็นความคิดส่วนตัวของผมมิได้มากจากศาสนาแต่อย่างใด]

#51 By พุทธนร้า (58.9.171.142) on 2011-06-26 08:53

เราก็เป็นคริสต์เหมือนกัน ก่อนหน้านี้เป็นพุทธ ตามพ่อแม่(ขอร้องอย่าปาปเลย)พุทธมันงมงายมากๆๆ"ขอหวยกราบรูปปั้นทุกทำไมก้"ไม่รู้คริสต์ทุกประวัติเป็นแต่ความจิงไม่งมงายพุทธขอแต่หวยเชื่อกันบ้าบอ และกราบอยู่นั้นแหละรูปปั้นกราบกันเข้าไปมันก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นsad smile sad smile

#50 By moret (111.84.188.104) on 2011-06-09 13:07

open-mounthed smile open-mounthed smile open-mounthed smile angry smile tongue

#49 By nhhgh (118.173.117.155) on 2011-06-05 11:07

#48 By กหฟกฟหก (223.206.18.113) on 2011-05-30 19:05

ตอนนี้ทำตัวไม่มีศาสนาสักพัก เพราะพ่อแม่ไม่ให้นับถืคริสต์ แต่ในหัวเรามีความรู้เรื่องศาสนาคริสต์มากๆเลย ความเชื่ก็แบบคริสต์ ตอนนี้ไปไหนมาไหนก็บอกไม่มีศาสนา

#47 By KK (113.53.158.123) on 2011-03-05 00:29

ดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดดีดีดีดีดดีดีดดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดึดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดี

#46 By เอื้อมพร (113.53.220.235) on 2011-02-19 10:37

ทุกศาสนาสอนให้ทุกคนเป็นคนดี อย่าได้ลบหลู่ ศาสนาอื่น ว่าไม่ดีอย่างนั้น อย่างนี้ จงภูมิใจที่เกืดมาเป็นมนุษย์ จงทำสิ่งที่คุณทำอยู่ให้ดีที่สุด

#45 By มะปราง (61.7.142.73) on 2011-02-15 12:54

jvfrguvhgieyrgh

#44 By ufrgjhritgjfh (125.24.46.106) on 2011-01-20 12:50

ดเเด้ดเด้ดเ

#43 By ดเดเดเด (125.24.46.106) on 2011-01-20 12:49

ท่านสอนให้เรารัก ถ้าเรารักพระองค์แล้วพระองค์มาจากไป เราก็ต้องร้องให้เสียใจ แล้วเราเป็นทุกข์ใหม ยี่งถ้าเป็นคนที่เรารักมากที่สุดละ ต้องมาจากเราไป เราจะเป็นทุกข์แค่ใหน เราจะทำใจยอมรับความเสียใจเหล่านั้นใด้หรือปล่าว

#42 By mm (223.206.194.36) on 2011-01-13 19:37

ที่ใดมีรัก ที่นั่นมีทุกข์ กล่าวคือการไม่ประสบสิ่งรักเป็นทุกข์ การพลัดพรากจากสิ่งรักเป็นทุกข์ การประจวบสิ่งไม่รักก็เป็นทุกข์

#41 By สลส (223.206.194.36) on 2011-01-13 19:09

รักพระเจ้า สุดจิต สุดใจ

#40 By รักพระเจ้า (1.46.144.120) on 2010-12-18 00:27

ไม่เกียวกันหรอกว่าจะนับถือศาสนาใหมแค่ทำตัวเองให้เป็นคนดีของครอบครัวและสังคมก็พอแล้ว

#39 By (182.52.142.254) on 2010-11-24 20:01

ศาสนาคริสต์และศาสนาอิสลามมีคำสอนที่คล้ายกันคือมีศาสดาสูงสุดคือพระเจ้าเหมือนกัน โดยในศาสนาอิสลามสอนว่า พระเยซูคือเทวทูตพระองค์หนึ่งของพระอัลเลาะห์ และสอนเรื่องวันพิพากษาคล้ายๆกัน ส่วนศาสนาพุทธสอนเรื่องการชำระกิเลสตัณหาออกจากใจและการมีปัญญาหยั่งรูในธรรม คือธรรมชาติ หรือรู้ธรรมะ เช่น รู้ว่า ธรรมทั้งปวงเป็นอนัตตา และมีการบรรลุธรรมเป็นลำดับขั้น นับตั้งแต่พระโสดาบันขึ้นไปจนถึงพระอรหันต์ ก็คือนิพพาน (แบ่งปัน)

#38 By ว่าน (124.157.147.44) on 2010-10-17 13:01

อยากทราบว่าถ้าเข้าศาสนาคริสต์แล้วต้องปฏิบัติตนยังไงคับ แล้วต้องเข้าโบสถ์ทุกวันอาทิตย์ใช่หรือไม่ ถ้าเกิดเราติดธุรกิจไปร่วมพิธีในโบสถ์ไม่ได้จะเป็นอะไรหรือไม่ แล้วการเคารพของศาสนาคริสต์คืออะไร เช่น (ของพุทธ คือการไว้) ช่วยบอกผมด้วยนะคับ เพราะผมชอบศึกษาศาสนาคริสต์มาตั้งแต่ตอนเรียน ร.ร.ศาสนาคริสต์ และผมก็อยากเข้าศาสนาคริสต์ มานานแล้วคับ โปรดช่วยแนะนำมาที่ Jimmy_Bamrungjit@hotmail.com ขอบคุณมากครับ

#37 By jimmy (112.142.31.9) on 2010-09-20 21:18